Archive

Posts Tagged ‘Strategic Thinking’

บริหารเชิงกลยุทธ์… part 4

มิถุนายน 30, 2010 แสดงความคิดเห็น

การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) ถือเป็นพื้นฐานของการวิเคาราะห์ธุรกิจที่ทุกองค์กรควรต้องทำ เอาเป็นว่า มันเป็นยาสามัญประจำบ้าน อย่างพวก ยาแดง ยาพาราเซตตามอล ทำนองนั้นนะครับ เป็นการประเมินสถานการณ์ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร

SWOT มาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ 4 ตัว ได้แก่

S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านตลาด จุดแข็งด้านต้นทุน จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์องค์กรต่อไป

W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น

O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน กลยุทธ์ที่ดีจะต้องอิงกับโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น

T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ทีนี้มาลองวิเคราะห์ตัวอย่างกิจการที่เราคุ้นเคยกันดี จะได้เข้าใจง่ายขึ้น

มาดูด้านจุดแข็งของ Starbucks กันนะครับ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ย่อมจะทราบดีครับว่า เสียตางส์กับกาแฟแก้วละ 150 บาทโดยเฉลี่ยเพื่อซื้อประสบการณ์จากร้านกาแฟ Starbucks ย่อมทำให้ Starbucks มีจุดแข็งด้านกำไรอย่างมหาศาล หากเราย้อนมูลค่าของเม็ดกาแฟในแก้วกลับไปหาแหล่งผลิต น่าจะแก้วละ 3-5 บาทเท่านั้นเอง เรื่องนี้วันหลังเขียนมาเล่าใหม่ในเรื่อง Experiential Values.

จุดอ่อนของ Starbucks คือเรื่องการพัฒนาสินค้าใหม่ให้มีความโดดเด่นขึ้นมา ข้อนี้น่าคิดน่าครับ เพราะกาแฟ ก็คือกาแฟ ! ซึ่งเป็นสินค้าที่เกือบจะเป็นสินค้าประเภทโภคภัณฑ์ (Commodity) ลองนึกดูครับว่าทุกครั้งเราเข้าร้านจะมีกาแฟแบบใหม่ๆแนะนำ ผสมโน่นนี่ ส่วนใหญ่ก็ชิมๆ แล้วสั่งของเดิมที่มีทุกทีไป ผมยังนึกเล่นๆว่า ก็มาที่นี่ไม่ได้อยากดื่มกาแฟที่อร่อยที่สุดในโลก แต่อยากนั่งชิวๆ ค่อยๆยกแก้วที่มีโลโก้มาลิ้มที่ริมฝีปาก มากกว่า

โอกาสของ Starbucks คือเรื่อง retails ในร้านครับ มูลค่ามหาศาลจากสาวกทั่วโลก

ส่วนอุปสรรคของ Starbucks เป็นเรื่องของราคากาแฟ และ dairy products ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การเข้าถึงแหล่งผลิตของกาแฟ

เห็นมั้ยครับ วิเคราะห์ SWOT ง่ายนิดเดียว !!

บริหารเชิงกลยุทธ์… part 2

มิถุนายน 17, 2010 แสดงความคิดเห็น

ความคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) คือเรื่องสำคัญที่ไม่ได้ให้ความสนใจกันมากนักในการเรียนรู้ หรือการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ขององค์กรต่างๆ เนื่องจากเป็นรูปแบบของการพัฒนาแบบต่อเนื่อง ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นกึ๋นของผู้นำที่ต้องมีติดตัว แต่ในความจริงแล้วสามารถฝึกได้ และควรให้ความสำคัญมากในขั้นตอนการบริหารเชิงกลยุทธ์

Strategic Thinking เป็นกระบวนการคิดที่ผู้บริหารองค์กรจำเป็นต้องฝึกตลอดเวลา (On going process) ให้เกิดเป็นทักษะ ความคิดเชิงกลยุทธ์เกิดขึ้นได้ทั้งในงาน และในการมองเห็นทั่วๆไป ผู้ที่ฝึกคิดเชิงกลยุทธ์มักจะมี ‘คำถาม’ (Why) อยู่เสมอ เมื่อได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องค้นหาคำตอบ เกิดการวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในสิ่งต่างๆ อย่างรอบด้าน

ดังนั้น การคิดเชิงกลยุทธ์ที่ผู้นำควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

การคิดบวก

เป็นปัจจัยพื้นฐานของการฝึกคิดเชิงกลยุทธ์ จะเห็นว่าผู้นำองค์กรที่ดีจะเป็นผู้ที่มีพลังคิดด้านบวกเสมอ มองเห็นคำตอบในทุกปัญหา ไม่มีภาพลักษณ์ของความอ่อนล้า ท้อแท้ ให้เห็นง่ายๆ การคิดเชิงบวกเป็นการคิดเพื่อต้องการยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันขององค์กรอยู่ตลอดเวลา เปิดกว้างในการรับข้อมูลรอบด้าน มีความคิดเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำมาด้วยการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่ได้ผลในการทำงาน

มองภาพรวม

ผู้นำเชิงยุทธุ์ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าองค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ก็ต้องพึ่งคน โครงสร้างขององค์กร และทรัพยากรอื่นๆที่จำเป็นเช่นเงินทุนและเทคโนโลยีเป็นต้น ดังนั้นผู้นำเชิงยุทธ์ต้องเป็นผู้ที่คิดมองรอบด้านถึงปัจจัยขององค์กรทั้งหมด ในการที่องค์กรของเขาจะไปถึงดวงดาวได้เขาต้องการคนแบบไหน ควรมีโครงสร้างขององค์กรอย่างไร และต้องมีทรัพยากรอะไรบ้างจึงจะทำให้วิสัยทัศน์เป็นจริงได้

หาข้อมูลรอบด้าน

ผู้นำเชิงยุทธ์ควรรู้จักสังเกตุการณ์สิ่งต่างๆอย่างพินิจพิเคราะห์โดยพยายามสังเกตสิ่งเดียวกันจากหลายๆด้านก่อนที่จะตัดสินใจ การฝึกฝนด้านนี้ เช่นการหาข้อมูลจากหลากหลายในอินเตอร์เน็ท เราก็สามารถได้ข้อมูลหลายมิติในเรื่องที่กำลังคิด หลายครั้งถ้าผู้นำลองเอาตัวเองออกไปจากสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยมองกลับเข้ามาก็จะทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมได้ชัดกว่าเวลาที่ตนยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ การกระทำเช่นนี้อาจทำให้สามารถมองเห็นหรือค้นพบสิ่งใหม่ๆขึ้นมาได้อย่างไม่คาดคิดมาก่อน เช่นปัจจัยที่อาจช่วยกระตุ้นให้ลูกน้องอยากทำงานมากขึ้น วิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ๆอย่างมีประสิทธิภาพ หรือวิธีใหม่ๆในการเลือกทางเดินของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คิดหลากหลาย

เป็นการฝึกคิดเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในหลายๆรูปแบบเช่นอาจคิดจากมุมมองของสิ่งแวดล้อม จากมุมมองของตลาด จากมุมมองของโครงการณ์และจากมุมมองของการวัดผล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้นำคิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายแล้วพยายามมองหาองค์ประกอบที่สำคัญที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์นั้นๆโดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด การคิดลักษณะนี้อาจลงลึกถึงการคิดในหลายระดับ (Scenario thinking) ดีที่สุด ปานกลาง หรือไม่ดี จะเกิดผลอย่างไร

มี FOCUS

เมื่อผู้นำต้องตัดสินใจ จำเป็นต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนหรือที่มักเรียกกันว่า Driving Forces ผู้นำเชิงยุทธ์ต้องเข้าใจว่าอะไรเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่เป็นหัวใจที่จะทำให้เป้าหมายองค์กรกลายเป็นจริงได้ บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าแรงขับเคลื่อนมันคืออะไรกันแน่ ถ้าจะเปรียบง่ายๆ แรงขับเคลื่อนเป็นตัวที่จะบอกคนทำงานว่าอะไรเป็นสิ่งที่พวกเค้าควร focus ในการทำธุรกิจนั้นๆ หรือในทางกลับกันแรงขับเคลื่อนก็คือสิ่งที่คุณอยากจะใช้เป็นตัวกระตุ้นให้ลูกน้องของคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การคิดทั้ง 5 ข้อดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นของขบวนการต่างๆที่จะทำอย่างไรให้วิสัยทัศน์ประสบความสำเร็จ และเมื่อวิสัยทัศน์ของเขาถูก focus มากยิ่งขึ้นเท่าไร Strategic Thinking ของเขาก็จะ strong มากขึ้นและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ผลที่ตามมาก็คือจะทำให้ง่ายขึ้นในการที่เขาจะ convince ลูกน้องให้ทำตามและเมื่อมีปัญหาอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็จะทำให้เขาสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำโดยคงจุดยืนของตนไว้ได้อย่างมั่นคง

Tips:

1) ให้เด็กเริ่มหัดอ่านหนังสือหลายเล่มจากข้อมูล ทั้งภาพ ทั้งเสียง โดยเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน เรื่องเดียวกัน

2) สร้างคำถาม ‘Why’ ทุกวัน แล้วมาหาข้อมูล หลายๆด้าน จากหลายๆสื่อ แล้วตัดสินใจหาคำตอบ

3) พัฒนาทักษะการคิด ร่วมกับทักษะด้านร่างกายเสมอ เช่น การฝึกวิเคาราะห์ข้อมูล พร้อมทั้งอ่าน และเขียนบันทึก

4) ฝึกคิดแบบ ‘เหรียญมีสองด้าน’ และ ‘Think out of the box’

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.